Sunday, November 15, 2015

ไกลตาแต่ว่าใกล้ใจ

ในหนังสือเรื่อง วินนีย์เดอะพูห์ (Winnie the Pooh ของ A.A. Milne)
มีคำพูดของหนูน้อยคริสโตเฟอร์ โรบิน ที่พูดกับเจ้าหมีพูห์ เพื่อนคนพิเศษของเขาเอาไว้ตอนหนึ่งว่า

“If ever there is tomorrow when we're not together...
there is something you must always remember.
You are braver than you believe,
stronger than you seem,
and smarter than you think.
But the most important thing is,
even if we're apart... I'll always be with you.”

"ถ้าสมมติว่าวันพรุ่งนี้เราอาจไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว
มีบางอย่างที่ฉันอยากจะบอกเธอเอาไว้
เธอจำเอาไว้นะ
ว่าเธอน่ะ กล้าหาญกว่าที่เธอจะเชื่อ
เธอเข้มแข็งกว่าที่เธอดูเหมือนจะเป็น
และเธอก็เฉลียวฉลาดกว่าที่เธอคิดเอาไว้
แต่นอกเหนือจากทุกๆเรื่องที่บอกไป ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ไกลกัน แต่เธอจะมีฉันอยู่ในใจเสมอ"

ความรู้สึกมีภาพของคนที่เขารักอยู่ในใจ แม้ว่าตัวจะอยู่ห่างกัน ก็จะทำให้เกิดความมั่นใจ เชื่อมั่นในตัวเอง

ความรู้สึกนี้ ผู้ใหญ่ต้องค่อยๆฟูมฟักให้เกิดขึ้น จากความสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดความผูกพัน โดยเฉพาะเด็กๆกับพ่อแม่
คนสำคัญที่เขาต้องพึ่งพิงโดยตลอดเมื่อยังเป็นเด็กเล็กๆ
ถ้าวันหนึ่งพ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว ภาพความผูกพันของพ่อแม่ในใจ
ก็จะเป็นแรงผลักดันให้เขามีความเข้มแข็ง กล้าหาญ ที่จะพึ่งพาตัวเองได้

การทีเด็กมีภาพของคนที่เขารักในใจ ตามทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Margaret Mahler
จิตแพทย์ท่านหนึ่ง เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Object constancy

ถ้าแม่หรือคนที่ดูแลเด็กวันหนึ่งไม่ได้อยู่ในสายตา
เช่น แม่ไปทำงาน ไปซื้อของข้างนอก
เด็กๆที่พัฒนาเรื่อง Object constancy แล้ว ก็จะรู้ว่า แม้ว่าแม่จะไม่อยู่ในสายตาที่มองเห็น
แต่ภาพของแม่ในจิตใจ ก็ทำให้เด็กมีความมั่นใจ รับรู้ว่าอย่างไรเดี๋ยวแม่ก็จะกลับมาหาเขา
ซึ่งถ้าเด็กที่ยังเล็กมาๆ ก็อาจจะยังร้องไห้งอแง อยากให้แม่อยู่ในสายตาเสมอ

แต่ก็มีผู้ใหญ่บางคนที่แม้ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ความรู้สึกมั่นคงทางใจก็ไม่เกิดขึ้น
เมื่อคนที่รักไม่อยู่ด้วย ก็ทำให้โหยหา ไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่น ทำให้เกิดความทุกข์

และพ่อแม่จะปลูกฝังความรู้สึกแบบนี้ในเด็กได้อย่างไรบ้าง

-หนึ่ง ให้ความรักและความอบอุ่น ไม่ทอดทิ้ง
ที่สำคัญคือ การให้ความรัก ไม่ใช่แค่การให้สิ่งของ เช่น การซื้อของเล่นให้
แต่การให้ความรักควรจะเป็นการมีกิจกรรมด้วยกัน พูดคุยกัน เล่นกัน

-สอง พ่อแม่ต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่ขึ้นๆลงๆ
เช่น ถ้าอารมณ์ดีก็เข้าไปดูแลใกล้ชิด ถ้าหงุดหงิดก็ไม่ใส่ใจ
ต้องทำให้เกิดความสม่ำเสมอ

-สาม ฝึกให้เด็กรู้จักช่วยตัวเอง ทำอะไรเอง
เมื่อเขาได้ลอง แม้ว่าจะได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เขาก็จะรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำ
พ่อแม่ก็ต้องคอยดูอยู่ด้วย ถ้าเขาขอให้พ่อแม่ช่วย เราก็ควรเข้าไปสนใจดูเขาหน่อย
ชมเชย ให้กำลังใจ เขาก็จะรู้สึกค่อยๆมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น ว่าทำได้ มีคนยอมรับ
จนเมื่อเขาโตขึ้นพ่อแม่ก็ค่อยๆถอยตัวเองออกมาให้เขาได้รู้จักทำอะไรเองมากขึ้นๆ

-สี่ การให้เด็กรู้จักเรียนรู้การควบคุมตัวเอง มีการให้ระเบียบวินัย
ซึ่งตรงนี้ต้องทำควบคู่ไปบนพื้นฐานของการให้ความรักความอบอุ่น
ไม่ใช่ว่ารักมากจนตามใจมาก เด็กๆก็จะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ
ในระยะยาวก็จะกลายเป็นคนที่ทุกข์ง่าย สุขยาก เพราะไม่รู้จักความพอเพียง

ความรู้สึกเชื่อมั่น และ มั่นใจในคนที่เด็กรัก จะทำให้เด็กมีความรู้สึกปลอดภัย
มั่นคงทางอารมณ์ มองโลกในแง่ดี รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง

ไกลตาแต่ใกล้ใจ วันหนึ่งแม้ว่าพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว
ภาพความทรงจำมีค่า จะเป็นแรงผลักดัน เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจ ให้เขาก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

ที่มา https://www.facebook.com/kendekthai/photos/a.468916916480833.98758.468898189816039/964635660242287/

No comments:

Post a Comment