Friday, September 27, 2019

Point of view

ถ้าคุณเล็งไปที่ปัญหา
คุณจะมองเห็นแต่ปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าคุณเล็งไปที่ความเป็นไปได้
คุณจะเห็นโอกาส เห็นหลายสิ่งที่เป็นไปได้

Lift

"ความเข้าใจ" สำคัญกว่า "ประสบการณ์"
.
- เมื่อบริษัทลิฟท์ถูกบ่นว่าช้า
แต่ทางบริษัท "ไม่ได้ติดตัวใหม่ให้เร็วขึ้น"
แต่ติดกระจกเข้าไปภายใน เพราะเข้าใจว่าคนเราชอบดูตัวเอง
จากที่คนบ่นว่าช้า ก็แก้ปัญหาได้ถึง 90%
เพราะคนมัวแต่ส่องตัวเอง จนไม่รู้ว่าอยู่ชั้นอะไร หรือลิฟท์ไปเร็วหรือช้าแค่ไหน
.
- “กระจกที่อยู่ในลิฟท์ ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คนมาส่อง เเต่มีไว้เพื่อทำให้ลิฟท์เร็วขึ้น”
.
- เรื่องนี้เกิดขึ้นจากหัวหน้าฝ่ายอาคารสถานที่ของตึกสำนักงานให้เช่าเเห่งหนึ่ง ได้รับเรื่องร้องเรียนหนักจากงานบริษัทที่เช่าตึกเกี่ยวกับปัญหา “ลิฟท์ช้า” อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนับวันก็ยิ่งมีผู้ร้องเรียนเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มบานปลายเป็นปัญหาใหญ่โต
.
- หัวหน้าฝ่ายฯจึงเรียกทีมวิศวกรจากบริษัทที่ติดตั้งลิฟท์มาหาวิธีทำให้ลิฟท์เร็วขึ้น
.
- หลังจากทีมวิศวกรได้ตรวจสอบลิฟท์อย่างละเอียดเเล้ว ก็ได้มาบอกกับหัวหน้าฝ่ายฯว่า “วิธีเดียวที่จะทำให้ลิฟท์เร็วขึ้นได้ คือการเปลี่ยนลิฟท์รุ่นใหม่ที่เร็วกว่า” ซึ่งเเน่นอนว่าราคาของลิฟท์ใหม่นั้นไม่ใช่ถูกๆ เพราะอย่างต่ำก็อยู่ที่ประมาณ 7 หลัก
.
- หัวหน้าฝ่ายฯ จึงส่งเรื่องขอเปลี่ยนลิฟท์ใหม่ไปยังผู้จัดการของตึกสำนักงานเเห่งนี้
.
- เมื่อผู้จัดการได้รับเรื่องดังกล่าว จึงตัดสินใจเข้าไปทดลองใช้ลิฟท์ที่สำนักงานพร้อมกับพนักงานคนอื่นๆที่ร้องเรียนเข้ามา
.
- เมื่อเข้าไปในลิฟท์เเล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุกคนอัดกันในลิฟท์จนเเน่นไปหมด เเถมยังต้องอยู่ร่วมกับคนไม่รู้จัก
.
- นั่นจึงทำให้ผู้จัดการค้นพบว่า “ปัญหาที่เเท้จริงไม่ใช่เพราะลิฟท์ช้า เเต่เป็นเพราะคนไม่ชอบประสบการณ์ตอนอยู่ในลิฟท์” เเละ “คนก็ไม่ได้ต้องการลิฟท์ที่เร็ว เเต่คนไม่ต้องการรอลิฟท์” ต่างหาก
.
- วันรุ่งขึ้นผู้จัดการจึงสั่งให้ช่างมาติด “กระจก” บานใหญ่บนผนังทุกด้านภายในลิฟท์
.
- กระจกที่ติดอยู่ในลิฟท์ได้เข้าไปเปลี่ยนประสบการณ์การของการใช้ลิฟท์ "ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเวลาที่อยู่ในลิฟท์นั้นสั้นลง" ไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังรอลิฟท์นานๆ  เพราะมัวเเต่ส่องกระจกอยู่
.
- ผลปรากฎว่าเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาลิฟท์ช้านั้นลดลงถึง 90% เพราะลึกๆ เเล้วมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบดูตัวเอง เห็นกระจกที่ไหนก็มักจะส่องดูตัวเองเสมอ
.
- “กระจก” จึงกลายเป็นนวัตกรรมที่ทำให้ลิฟท์เร็วขึ้น ทั้งๆที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของลิฟท์เลย
.
- การเเก้ปัญหาของผู้จัดการ เกิดจากการเข้าใจถึงความต้องการลึกๆจริงๆของคน  ไม่ใช่เเค่การฟังจากสิ่งที่คนพูดเท่านั้น
.
- เพราะผู้ใช้ไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาต้องการอะไร จนกว่าเขาจะได้เห็นสิ่งนั้น อย่างคำกล่าวของ Peter Drucker ที่ว่า “สุดยอดของการฟัง คือการฟังให้ได้ยินในสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้พูด”
.
.
#BusinessClub
#ไปให้ถึง100ล้าน

Tuesday, September 17, 2019

Executive Function

เด็กที่มี Executive Function ดี คือ
คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น และมีความสุขเป็น

EF ซึ่งประกอบด้วยทักษะ 9 ด้าน ได้แก่

1) ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory)
เวลาอ่านหนังสือ
Working Memory จะช่วยให้เราจำและเชื่อมโยงข้อมูลจากย่อหน้าหนึ่งไปยังย่อหน้าอื่นๆ

สามารถแก้โจทย์เลขคณิตหลายขั้นตอนได้
คิดเลขในใจได้ เป็นต้น

วันทั้งวันเราต้องใช้ Working Memory อยู่ตลอดเวลา
มันช่วยให้เราจำได้เมื่อลืมตาตื่นว่า เช้านี้จะต้องทำอะไรบ้าง
เมนูอาหารเช้าที่เคยทำ ทำอย่างไร
จดจำได้ว่าคุณพ่อคุณแม่สั่งอะไรไว้ และทำตามคำสั่งได้ เป็นต้น

ถ้า Working Memory ไม่ดี
อาจประสบปัญหาในการเรียนวิชาการ
เช่นเดียวกับที่อาจประสบปัญหาในการกำกับพฤติกรรมตนเอง
จำไม่ได้ว่า กฎ กติกา มารยาทในสังคมเป็นอย่างไร หรือควรปฏิบัติตนในสังคมอย่างไร

2) การยั้งคิด ไตร่ตรอง (Inhibitory Control)
คือ ความสามารถในการในการควบคุมและยับยั้งตนเอง ให้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญและจำเป็น
ยอมทำสิ่งที่ไม่ชอบแต่จำเป็นได้ และยอมถอนตัวออกจากสิ่งที่ชอบเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นได้
เช่น ยับยั้งตนเองไม่ให้กินไอศกรีม เพราะรู้ว่าตนเองเป็นหวัด,
ทนต่อสิ่งเร้าที่เข้ามาขัดจังหวะ ไม่วอกแวกจากเป้าหมายที่วางไว้ เช่น อยากได้ของเล่น แต่ที่บ้านมีอยู่แล้ว

3) การยืดหยุ่นทางความคิด (Shift/Cognitive Flexibility)
คือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนความคิด ยืดหยุ่น ปรับตัวไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
และยังรวมถึงการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย
เมื่อพบเจอกับสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ก็สามารถทำใจยอมรับได้ เช่น
พ่อนัดกับลูกไว้ว่าวันนี้จะไปปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะ แต่ฝนตก ทำให้ไม่สามารถไปได้
ลูกก็ทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น และ และสามารถคิดวิธีการแก้ปัญหาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้
หรือ ปั่นจักรยานแล้วเจอแอ่งน้ำ ก็สามารถคิดวิธีแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่เจอได้

4) จดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention)
ความสามารถในการใส่ใจจดจ่อ มุ่งความสนใจ อยู่กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาหนึ่งๆ
โดยไม่วอกแวกไปตามปัจจัยไม่ว่าภายนอกหรือภายในตนเอง ที่เข้ามารบกวน
เช่น ตั้งใจทำการบ้านจนเสร็จ แม้จะมีใครชวนไปเล่นก็ไม่ไป
หรือ จดจ่อกับการทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จ ไม่ลุกไปทำสิ่งอื่นที่ไม่จำเป็น

5) การควบคุมอารมณ์ (Emotional Control)
ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
จัดการกับความเครียด หรืออารมณ์หงุดหงิดไม่พอใจ และแสดงออกแบบที่ไม่รบกวนผู้อื่น

6) ติตตาม ประเมินตนเอง (Self-Monitoring)
คือ ความสามารถในการทบทวนตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองทำ
รู้ข้อดี-ข้อด้อยของตนเอง และปรับปรุงข้อดีข้อด้อยนั้น ๆ
สามารถประเมินผลงาน การบ้าน หรือสิ่งที่ตนเองทำ ว่าควรปรับปรุงแก้ไขที่ใด
เช่น ลูกได้รับหน้าที่ให้รดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน เมื่อทำเสร็จแล้วก็สามารถบอกพ่อแม่ได้ว่า ตนเองควรจะปรับปรุงแก้ไข หรือ พัฒนาที่จุดใด

7) ริเริ่มและลงมือทำ (Initiating)
ความสามารถในการ “คิด” ที่จะทำสิ่งใหม่ที่ตนเองไม่เคยทำ หรือยังทำไม่สำเร็จ และ “ลงมือทำ” สิ่งนั้นให้สำเร็จด้วยตนเอง

8) วางแผนและจัดระบบดำเนินการ (Planning & Organizing)
รู้จักวางแผนให้รอบคอบก่อนลงมือทำ จัดลำดับความสำคัญ จัดหมวดหมู่สิ่งต่าง ๆ ได้ดี และวางแผนอย่างเป็นระบบได้

9) พากเพียร มุ่งสู่เป้าหมาย (Goal-directed Persistence)
ไม่ล้มเลิกเมื่อเจออุปสรรค แต่จะพยายามเรียนรู้และปรับปรุงวิธีทำงานให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้
มีความอุตสาหะพากเพียร ล้มและลุกขึ้นสู้ใหม่ได้ มุ่งมั่นที่จะไปสู่ความสำเร็จ

อ้างอิง
https://www.planforkids.com/readparentblog.php?parentblogid=51

Sunday, September 15, 2019

Cost of Unhealthy

มีพนักงานทำความสะอาดหญิงคนหนึ่ง
เธอออกกำลังกาย เพื่อดูแลสุขภาพตัวเองเป็นประจำ 
มีคนถามเธอว่า..

"เธอทำงานลำบากทั้งวัน รายได้ก็นิดเดียว.. 
ทำไมต้องเสียเวลาไปดูแลบำรุงสุขภาพ"

"10 กว่าปีก่อน พ่อของฉัน
สะสมเงินได้ 800,000  แต่ได้จ่าย
เป็นค่ารักษาพยาบาลคุณตาจนหมด

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา  เงินเก็บสะสม
กว่า 10 ปี จำนวน 2 ล้าน ของฉัน
ก็เอาไปรักษาคุณพ่อจนหมดเช่นกัน

ในสองรุ่นของเรา 
ต่างก็ทำงานให้กับโรงพยาบาล

ฉันไม่อยากจะทำร้ายลูกๆของฉัน
ไม่ต้องการให้ทั้งสามรุ่น ต่างก็ทำงานให้กับโรงพยาบาล.."

ดังนั้น ในขณะที่ยังไม่เจ็บป่วย
ฉันต้องรักษาร่างกาย ให้มีสุขภาพแข็งแรง

การดูแลตัวเองให้ดี  การรักษาสุขภาพตัวเอง
แพงยังไง ก็ไม่แพงเท่ากับค่ายาในโรงพยาบาล

มีคนคอยย้ำกับท่าน
เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ 
ท่าน..ต้องขอบคุณเขา

คนเรามักใช้สามคำพูด  
เพื่อหลีกเลี่ยงการดูแลรักษาสุขภาพ

- ไม่สนใจ
- ไม่มีความจำเป็น
- ไม่มีเวลา

คุณหมอใช้เวลา 3 นาที พูด 3 ประโยค
เอาเงินออกจากกระเป๋าของท่านจนหมด

- อาการเจ็บป่วยของคุณรุนแรงมาก
- แต่ยังดี ยังรักษาได้
- แต่ทว่า..มันจำเป็นต้องใช้เงิน

คุณหมอใช้เวลาพูดกับคุณ 3 นาที
แต่ควักเงินในกระเป๋าของคุณ
ที่เก็บสะสมมา  30 ปี

กรุณาดูแลร่างกายตัวเองให้..ดี
อวัยวะต่างๆในร่างกาย แพงมาก  
และอะไหล่เหล่านี้ หายากด้วย

อายุน้อย.. ไม่ใช่ต้นทุนสำคัญที่สุด
สุขภาพต่างหากที่มีค่าสูงสุด

มีสุขภาพที่ดี.. จึงมีอนาคตที่ดี

Thursday, September 12, 2019

Focus on your own path

จงวิ่งอยู่ในลู่ของตัวเอง
.

โลกนี้มีคนราว 7 พันล้านคน
ทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง
มีกรรมเก่าทั้งดีและไม่ดีของตัวเอง
มีกรรมใหม่ที่กำลังจะทำของตัวเอง
เปรียบเสมือนมีลู่วิ่ง 7 พันเส้นทาง
.

ในการใช้ชีวิตบนลู่วิ่งเขาเรา
บางทีเราวิ่งๆไปแล้วเจอคนบางประเภท
คนขี้นินทา
คนขี้อิจฉา
คนชอบอมทุกข์
คนไม่มีความสุข
คนพูดเพ้อเจ้อ
ฯลฯ
.

คนที่มีนิสัยไม่ดีทั้งหลายทั้งแหล่
การที่เขานิสัยไม่ดีเป็นกรรมของเขา
แต่การที่ทุกข์กับนิสัยของเขาเป็นกรรมของเรา
.

อย่าไปยุ่งกับลู่วิ่งชาวบ้าน
โฟกัสใจให้สนใจแต่ลู่วิ่งของตัวเอง
วิ่งให้อยู่ในทางที่ดี
ละการกระทำไม่ดี และหมั่นทำดีให้มากขึ้นกว่าเดิมเสมอ
นั่นคือหน้าที่ของการเกิดเป็นมนุษย์ของเรา
.

แค่คุมตัวเองให้วิ่งในลู่ดีๆ บางทียังหลุดเลย
ถ้าเอาใจส่งออกไปลู่คนอื่นอีก
ชีวิตไม่เป็นต้องมีความสุขกัน

เพจธรรมะย่อยมาแล้ว