Showing posts with label The way of living. Show all posts
Showing posts with label The way of living. Show all posts

Tuesday, January 18, 2011

Positive Thinking

การมองโลกในแง่ดีนั้นมีหลายแบบ แต่แบบที่ผมกำลังจะพูดถึงนั้นคือ การมองหาสิ่งดีๆที่มีอยู่จริง จากเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นในชีวิต เพื่อให้เรามีกำลังใจในการแก้ปัญหา และ เพื่อให้ชีวิตสามารถเดินหน้าต่อไปได้ครับ

ที่ต้องเน้นว่าเป็นสิ่งดีๆที่มีอยู่จริงก็เพราะว่า การที่เราพยายามคิดอะไรดีๆขึ้นมาโดยที่ไม่มีมูลความจริ

เช่น หากคุณบอกลูกว่า "ที่เพื่อนชอบมาตบหัวหนูทุกวัน เขาอาจจะแค่อยากเล่นกับหนูก็ได้นะลูก" หรือ

หากคุณบอกกับเพื่อนของคุณว่า "ที่แฟนเธอแอบไปมีกิ๊กอยู่บ่อยๆ นั่นเขาอาจจะแค่เผลอไปโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้นะ"

สำหรับผมแบบนี้ไม่ได้เรียกว่า "มองโลกในแง่ดี" แต่เรียกว่า "หลอกตัวเอง" ซึ่งการคิดแบบนี้มักจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักเท่าไหร่ครับ

โดยตัวอย่างของการมองมุมบวกแบบไม่หลอกตัวเอง ได้แก่

1.เรายังเหลืออะไรอยู่บ้าง

หรือที่เราเรียกว่าเทคนิค “น้ำครึ่งแก้ว” นั่นคือ การมองว่าเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นกับเรานั้นจริงๆแล้วมันไม่ได้พรากทุกอย่างไปจากเร

เช่น หากคลื่นสึนามิพัดบ้านเราหายไป เราก็ยังมีอวัยวะเหลืออยู่ครบ 32

หรือหากขาขวาของเราขาดไปด้วย เราก็ยังเหลือขาซ้าย

หากขาซ้ายก็ขาดไปอีก เราก็ยังเหลือแขน 2 ข้าง

และถ้าแขนทั้ง 2 ข้างก็ขาด เราก็ยังเหลือหัวอยู่ครับ

หรือถ้าหัวของเราก็ขาดไปด้วย ก็แปลว่าเราคงไม่ต้องคิดอะไรมากแล้วครับ

2.โชคดีที่เรื่องที่แย่กว่านี้ไม่เกิดขึ้น

การคิดแบบนี้จะคล้ายกับข้อแรก แต่จะเป็นการมองว่า โชคดีแค่ไหนแล้วที่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เลวร้ายไปกว่านี้ เช่น

หากคุณจับได้ว่าแฟนนั้นแอบไปมีกิ๊ก ก่อนที่คุณจะแต่งงานกับเขา คุณก็สามารถบอกตัวเองได้เลยครับว่า
“โชคดี ที่รู้ก่อนแต่ง”

หรือ ถ้าหากคุณเพิ่งแต่งงานกับเขาได้ไม่ถึง 1 เดือน แล้วเขามีกิ๊ก คุณก็สามารถบอกตัวเองได้อีกครับว่า
“โชคดี ที่รู้ก่อนที่จะมีลูก”

หรือ ถ้าคุณมีลูกกับเขาไปแล้ว 1 คน แล้วเขามีกิ๊ก คุณก็ยังสามารถบอกตัวเองได้ครับว่า

“โชคดี ที่รู้ตอนมีลูกแค่คนเดียว” (ถ้าเลิกกันก็ยังพอที่จะเลี้ยงเองได้)

และแน่นอนครับว่า หากคุณจับได้ว่าเขามีกิ๊ก ตอนคุณมีลูกกับเขาไปแล้ว 3,152 คน ก็ย่อมดีกว่าที่คุณจะไปจับได้ตอนที่คุณมีลูกกับเขา 3,153 คนครับ

3.เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นนี้ “สอน” อะไรเราบ้าง

เชื่อมั้ยครับว่าทุกครั้งที่เรา ต้อง “สูญเสีย” อะไรบางอย่างไป ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สิน โอกาสในชีวิต หรือ ความสัมพันธ์กับผู้อื่น เราก็มักจะได้ ความรู้ หรือ ประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้นมาด้วยเสมอ

เช่น การเผลอเปิดเตาแก๊สทิ้งไว้ จนไฟไหม้บ้านนั้นจะทำให้เรารู้ว่า “เราควรปิดวาว์ลแก๊สทุกครั้งหลังจากใช้เสร็จ”

การให้เพื่อนสนิทยืมเงิน แล้วเพื่อนไม่คืน จนเลิกคบกัน สอนให้เรารู้ว่า “เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร”

การกินเหล้าจนเมาแอ๋แล้วไปขับรถ จนรถชนพังยับไปทั้งคันนั้น ก็สอนให้เรารู้อีกว่า “เมาไม่ขับ”

โดยสิ่งที่คุณต้องเสียไปนั้น จริงๆแล้วมันคือ “ค่าเล่าเรียน” ที่คุณจะต้องจ่ายเพื่อให้ได้ความรู้ หรือ ประสบการณ์ชีวิตอันล้ำค่านั้นมาครับ

และแน่นอนครับว่าค่าเล่าเรียนที่คุณต้องจ่ายนั้นมักจะมีราคาแพง นั่นเป็นเพราะว่าคุณได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก นั่นคือ “มหาลัยชีวิต” นั่นเองครับ

ดังนั้นเมื่อเสียค่าเล่าเรียนไปแล้ว ก็อย่าลืมนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องร้ายๆซ้ำรอยเดิมอีกนะครับ

เพราะหากคุณยังคงคิดแบบเดิมๆ ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่ชีวิตคุณจะกลับมาเจอปัญหาแบบเดิมๆ และเมื่อนั้นคุณอาจจะต้องจ่าย “ค่าเล่าเรียน” ซ่อมเสริมอีกรอบนึง


ที่มา หมอตั้ม : https://www.facebook.com/Growingupnormal/photos/a.257974647717243.1073741829.257704944410880/306113039570070/?type=1


มองโลกในแง่ดี
===========
๑. อะไรที่เกิดขึ้นล้วนดีทั้งนั้น อย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่แย่ไปกว่านั้น
ตัวอย่างคนที่คิดแบบนี้คือ พระปุณณะ
ครั้งที่ขออนุญาตพระพุทธเจ้า ไปเมืองสุนาปรันตะ
ซึ่งพระปุณณะตอบพระพุทธเจ้าว่า
ถ้าเขาด่า ก็ยังดีกว่าเขาทุบตี
ถ้าเขาทุบตี ก็ยังดีกว่าเขาเอาก้อนหินมาขว้าง
ถ้าเขาเอาก้อนหินมาขว้าง ก็ยังดีกว่าเขาเอาไม้มาฟาด
เป็นต้น

๒. นอกเหนือจากสิ่งแย่ๆ ก็ยังมีสิ่งดีอีกมากเคียงคู่กัน
เช่น แม้รายได้จะลด แต่ยังมีสุขภาพที่ดี ครอบครัวที่อบอุ่น เป็นต้น
เรามัวแต่ไปจดจ่อกับสิ่งที่ไม่ดี เลยรู้สึกแย่

วันหนึ่งครูชูกระดาษแผ่นหนึ่งให้นักเรียนดู
แล้วถามนักเรียนว่าเห็นอะไรบ้าง
นักเรียนทั้งชั้นบอกว่า เห็นกากบาทสีดำอยู่มุมซ้ายของกระดาษ
ครูจึงถามว่า แล้วนักเรียนไม่เห็นสีขาวของกระดาษบ้างเลยหรือ

ที่มา สุขแท้ด้วยปัญญา (พระไพศาล วิสาโล)



การรับมือกับปัญหาด้วย OPTIM
- Others หาแหล่งสนับสนุนอื่นๆ หรือเรียนรู้จากผู้อื่น ด้วยคำถามว่า "คนอื่นเขาทำกันอย่างไร"
- Positive views มองหาด้านบวก "เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เราเรียนรู้อะไร ฝึกฝนในเรื่องอะไร หากเราผ่านเรื่องนี้ไปได้ เราจะเป็นอย่างไร" ท้อเป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร
- Time frame มองหาเวลาสิ้นสุด หรือมองย้อนเวลา "ปัญหาเริ่มเมื่อใด คิดว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด"
- Impact มองไปที่ผลกระทบ "ถ้าหนักกว่านี้ จะเป็นอย่างไร" (ยังดีนะที่ไม่ถึงขนาดนั้น)
- Manage มองถึงการจัดการเรื่องนี้ด้วยด้วยตนเอง "มีอะไรบ้างที่เราพอจะทำได้บ้าง ในตอนนี้ แม้จะไม่มากก็ตาม เพื่อคลี่คลายปัญหาและลดผลกระทบ"

ที่มา สอนให้ลูกคิดบวก

Saturday, October 9, 2010

เป้าหมายในชีวิต

สตรีคนหนึ่ง เดินออกจากบ้านไปจ่ายตลาดประจำสัปดาห์ด้วยใจเบิกบาน
เห็นขนมคบเคี้ยว ผ้าเช็ดโต๊ะ ขัน โอ่ง อ่างถูกใจ จึงเดินซื้อมาตลอดทาง
ทันทีที่ถึงแผนกอาหาร ยา ของใช้จำเป็น สตรีคนนั้นหมดเงิน
ตะกร้ามีของไม่จำเป็นอยู่เต็ม
สองมือหอบหิ้วทุกอย่างจนอ่อนล้า
ไม่สามารถที่จะซื้ออะไรเพิ่มได้อีก
แล้วอาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์ เธอคนนั้นและครอบครัว จะเป็นอย่างไร

ชีวิตเราก็เป็นแบบนี้ ธรรมชาติให้เวลาทุกคนมาจำกัดเท่ากันหมด
เรามีสิทธิ์เลือกว่าจะเอาอะไรใส่ลงไปในตะกร้าชีวิตของเราบ้าง
ถ้าเราไม่ระมัดระวัง ตะกร้าชีวิตของเราซึ่งถูกจำกัดด้วยเวลา
กำลังความสามารถ แรงกายแรงใจของเรา ก็จะหมดไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิต

เรื่องต่างๆในชีวิตเรามีอยู่ 4 ลักษณะ
1) ไม่สำคัญ ไม่เร่งด่วน เช่น ดูละครทีวี
2) ไม่สำคัญ แต่เร่งด่วน
3) สำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน เช่น การวางแผนชีวิต ดูแลสุขภาพ
4) สำคัญ และเร่งด่วน เช่น ความเจ็บป่วย

หัวใจของการบริหารชีวิต คือ
รู้ให้แน่นอนว่าอะไรสำคัญกับชีวิต
แล้วจัดสรรทรัพยากรที่เรามีอย่างจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเวลา เงิน แรงกาย แรงใจ
ความคิด สติปัญญา ความรู้สึก โดยทุ่มเทให้สิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริงในชีวิตก่อน


มีคุณลุงคนหนึ่งพายเรือขายกาแฟอยู่แถวตลาดน้ำ
สายๆ พอแดดเริ่มแรง ของขายหมด
แกก็พักผ่อนนอนล่องเรือเป่าขลุ่ยรับลม
นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ไปเห็นเข้า ก็บอกลุงว่า
"ลุงของขายหมด ทำไมไม่ทำมาขายเพิ่มเยอะๆ ล่ะ
จะได้มีเงิน ต่อไปก็อาจตั้งเป็นร้านกาแฟใหญ่ๆ
ขยายสาขาไปเมืองต่างๆ ขายกาแฟไปทั่วโลกเลยก็ยังได้"

คุณลุงก็ถามว่า "เปิดร้านกาแฟทั่วโลกแล้วดียังไงล่ะ"
นักท่องเที่ยวชาวกรุงก็บอกว่า
"อ้าวลุงก็จะได้รวย นั่งๆ นอนรับลมเล่นริมน้ำสบายใจยังไงก็ได้ไงลุง"

คุณลุงส่ายหัวก่อนจะพายเรือหนีไป แกพึมพำเบาๆ ว่า
"แล้วนี่คิดว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ"

เงินอาจไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของคุณ !!!


ดัดแปลงจาก เข็มทิศชีวิต

ยศและลาภ จะหาบไป ไม่ได้แน่
เว้นเสียแต่ ส่วนต้นทุน บุญกุศล
ทิ้งสมบัติ ไว้ทั้งหลาย ให้ปวงชน
ร่างของตน เขายังเอา ไปเผาไฟ

Monday, October 4, 2010

ทำอะไรก็ผิดไปหมด

ไม่มีใครเข้าใจเรา

เด็กอ้วนกินอุจจาระ

ครั้งหนึ่งท่านชยสาโร พระภิกษุชาวอังกฤษ อดีตท่านเจ้าอาวาสวักป่านานาชาติ
และเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ชา สุภัทโท ได้เคยเล่าให้ฟังถึงภาพภาพหนึ่งว่า

เป็นภาพของเด็กผู้ชายตัวอ้วนน่ารักกำลังทำท่าตักอาหาร
และรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
หากแต่อาหารในจานนั้น ...
เป็นกองอุจจาระขนาดใหญ่ที่มีแมลงวันตอมอยู่เต็ม !!!

คำใต้ภาพบรรยายกล่าวว่า

แมลงวันหลายล้านตัวบนโลกนี้ จะหลงผิดได้อย่างไร
(ถ้าอุจจาระไม่อร่อยจริง)


ความจริงก็คือ
การที่คนมากมายทำตามๆกัน ไม่ได้แปลว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดีเสมอไป

วินาทีนี้ ลองหยุดทบทวนการดำเนินชีวิตของพวกเราดู
เราแน่ใจแล้วหรือว่า การที่เราทำเหมือนคนอื่นทำนั้น
จะทำให้ชีวิตถึงจุดหมายมีความสุขได้อย่างที่เราใฝ่ฝัน !!!

เราจะหยุดพัฒนาตัวเองเพียงเพื่อหาเงินได้ เข้าสังคมได้
เป็นที่ยอมรับ ทั้งที่เรารู้ว่า ไม่ว่าทุ่มเทมากแค่ไหน
ทุกอย่างในชีวิตสามารถผกผันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ภายในพริบตาเดียว ครอบครัว การงาน ทรัพย์สมบัติ
หรือแม้แต่คนรัก อาจไม่อยู่กับเราดีๆ อย่างนี้ตลอดไป

ที่มา เข็มทิศชีวิต

Sunday, September 5, 2010

Remember that

Remember that - admonition
ปฏิบัติธรรมตั้งแต่ยังเด็ก เป็นหนุ่ม เป็นสาว นี่แหละดี
เพราะเมื่อแก่เฒ่าแล้ว จะนั่งก็โอย จะลุกก็โอย
หากจะรอไว้ให้แก่เสียก่อนแล้วจึงค่อยปฏิบัติ
ก็เหมือนคนที่คิดจะหัดว่ายน้ำเอาตอนที่แพใกล้จะแตก
มันจะไม่ทันการณ์
- หลวงปู่ดู่

สิ่งที่ไม่น่ากลัว เห็นว่า น่ากลัว (เช่น ความตาย)
สิ่งที่น่ากลัว กลับเห็นว่า ไม่น่ากลัว (เช่น อวิชชา)
ผู้ที่มีความเห็นผิดอย่างนี้ ย่อมไปสู่ทุคติ
- นิรนาม

Beauty is but skin deep.

Do no wrong is do nothing.

ผิดหนึ่งพึงจดไว้ ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง ภายหน้า
สามผิเร่งคิดตรอง จงหนัก เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า หกซ้ำอภัยไฉน!
ท่านธมฺมวิตกฺโก ภิกฺขุ

วันเวลาที่ผ่านไปทุกนาที
กลืนกินชีวิตนี้ไปทุกขณะ
เราทำอะไรเป็นแก่นสารบ้างหละ
หรือแค่เกะกะแก่เจ็บตาย
- ท่านเขมรังสีภิกขุ

สิ่งที่คุณกำลังมี สมควรแล้วกับสิ่งที่คุณเคยทำ
สิ่งที่คุณกำลังทำ สมควรแล้วกับสิ่งที่คุณต้องเผชิญ
- คิดจากความว่าง ๒ (ดังตฤน)

อุปสรรคที่ขัดขวางความก้าวหน้า ความสุข และความสิ้นทุกข์อันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ คือ
การที่เรารู้ว่าอะไรไม่ดีแล้วไม่ละ รู้ว่าอะไรดีแต่ไม่พยายามทำ
(ธรรมรักษา)

อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ร่วมมิตรให้ระวังวาจา

ผู้ทำผิดแล้วไม่แก้ไข กำลังทำผิดอีกครั้งหนึ่ง - ขงจื๊อ

กาเลนะ ธัมมัสสวนัง เอตัมมัง คละมุตตะมัง - การฟังธรรมตามกาล เป็นมงคลอันสูงสุด

ขายไข่ปิ้ง ก็สุขได้ถ้าจิตใจดี
ตำแหน่งใหญ่เป็นรัฐมนตรี จะสุขไหมถ้าใจโกง

หวังรวยจากการพนัน เป็นความเพ้อฝัน ของคนสิ้นคิด

คนเราบางครั้งต้องก้าวถอยหลัง เพื่อจะกระโดดให้ได้ไกลยิ่งขึ้น

อดีต ไม่ขยัน
ปัจจุบัน ไม่ขนขวาย
ไม่ต้องทาย อนาคต

คนเรายอมเสียความซื่อสัตย์ ก็เท่ากับสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

ยิ่งอวดอำนาจ ยิ่งดูต่ำศักดิ์
ยิ่งสุภาพ ยิ่งดูมีบารมี

ผู้มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น

โกหกเพียงครั้ง ถูกสงสัยตลอดกาล

มิตรภาพที่เกิดขึ้นบนเส้นทางธุรกิจ ย่อมดีกว่า ธุรกิจที่เกิดบนเส้นทางมิตรภาพ

กับคนเลวต้องยิ่งกวดขัน กับคนดีสมควรผ่อนปรน

ย่อหย่อนไป คนชั่วได้ใจ
ตึงเกินไป จักเสียคนดี

คิดทุกอย่างที่ทำ แต่ไม่ต้องทำ ทุกอย่างที่คิด

คนพาลก็เหมือนกับถ่านไฟ
ตอนติดไฟ จับไปก็ร้อนมือ
ตอนดับ จับไปก็มือดำ

จะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวทำ
จะสูงจะต่ำ อยู่ที่ทำตัว

เราไม่สามารถปรับทิศทางลมได้
แต่เราสามารถปรับใบเรือได้

ไม้คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว
แต่คนคดเคี้ยว ใช้ทำอะไรไม่ได้เลย


ถ้าเราติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไป..มันก็ผิดหมด


"คนโง่" ชอบ "เงิน" มากกว่า คนดีและความดี - หลวงปู่มั่น


คนจะงาม งามน้ำใจ ใช่ใบหน้า
คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน
คนจะเเก่ เเก่ความรู้ ใช่อยู่นาน
คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต

เป็นนักบริหารต้องหมั่นตรวจตราสิ่งที่ทำแล้ว และสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ - พุทธภาษิต

คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า " เจ้ากรรมนายเวร " ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์

จงหมั่นใช้ธรรมะส่องตน ดั่งเช่นใช้กระจกตรวจใบหน้า หยิบสิ่งสกปรกออกจากชีวิต

เมื่อมีความหวัง ย่อมมีแรงต่อสู้

Genius is 10% inspiration and 90% perspiration.


อย่าคิดว่าเราเก่ง คนที่เคยทำได้เหมือนเรา และดีกว่าก็มีมากในโลกนี้ - พระบรมราโชวาท


ถ้ามัวแต่เรียนจากอาจารย์ คงไปไม่ได้เท่าไหร่ ไปไม่ไกลกว่าเพื่อนที่เรียนเท่าใดนัก - บัณฑิต


Albert Einstein นิยามความวิกลจริตไว้ว่า คือ
การทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และหวังให้ผลของมันเปลี่ยนไป


"การอ่านทำให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์" Francis Bacon (ฟรานซิส เบคอน) นักปรัชญาชาวอังกฤษ


พรแสวงสำคัญกว่าพรสวรรค์


พรแสวงจะขัดเกลาให้เราทำงานหนัก ตั้งใจและทุ่มเท และเราต้องใช้พรสวรรค์ทำให้มันโดดเด่นขึ้นมา


คนอื่นทำดีกับเราก็สุข เขาทำไม่ดีกับเราก็ทุกข์
เราก็ไม่ต่างจากหุ่นยนต์ ที่ถูกกดปุ่มจากภายนอก
มันเป็นความโง่หรือความฉลาดของเรากันแน่


หยุดพัฒนาตนเอง คือเริ่มต้นถอยหลัง - Wright


งานเป็นเวที ที่จะดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเราออกมา - ฐิตินาถ ณ พัทลุง


คนใจร้ายก็มีประโยชน์เท่ากับคนใจดี ให้เราได้สำรวจชีวิตตัวเอง สำรวจภูมิต้านทาน ทั้งจิตใจ การเงิน สังคม - ฐิตินาถ


ทันทีที่คุณลงไปเล่นในเกม คุณก็ลดตัวจากมนุษย์ผู้มีใจสูงไปเป็นหมาสองตัวกัดกัน - ฐิตินาถ


เลือกทำสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เหมือนเวลากำลังแนะนำคนอื่น ให้ทำในสิ่งที่เขาจะภูมิใจในตัวเองภายหลัง - ฐิตินาถ


ศัตรูแค่คนเดียวสามารถทำให้เราโชคร้ายได้มากมาย เพราะศัตรูเขามีเพื่อน


แม่อดเพื่อให้ลูกอิ่มได้ ถึงเวลาเราอดเล่น ขยัน เพื่อให้ท่านอิ่มอกอิ่มใจ


จงให้งานเป็นเวทีสร้างความรู้


Gain more knowledge as you give knowledge !


Do Within When You are Without.


ลมหายใจแห่งสติ เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา



ระมัดระวังแม้รายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ รอยรั่วเล็กๆ สามารถจมเรือใหญ่ๆ ได้


จะมีประโยชน์อะไรในการกางร่มขณะฝนตก เมื่อรองเท้าที่ใส่อยู่มันรั่วหรือฉีกขาด



ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา...

จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว

ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร

แค่บินไปให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ



ถ้าโกรธกับเพื่อน. . . มองคนไม่มีใครรัก

ถ้าเรียนหนัก ๆ . . . มองคนอดเรียนหนังสือ

ถ้างานลำบาก . . . มองคนอดแสดงฝีมือ

ถ้าเหนื่อยงั้นหรือ . . . มองคนที่ตายหมดลม



ถ้าขี้เกียจนัก . . . มองคนไม่มีโอกาส

ถ้างานผิดพลาด . . . มองคนไม่เคยฝึกฝน

ถ้ากายพิการ . . . มองคนไม่เคยอดทน

ถ้างานรีบรน . . . มองคนไม่มีเวลา



ถ้าตังค์ไม่มี . . . มองคนขอทานข้างถนน

ถ้าหนี้สินล้น . . . มองคนแย่งกินกับหมา

ถ้าข้าวไม่ดี . . . มองคนไม่มีที่นา

ถ้าชีวิตแย่ . . .มองคนที่แย่ยิ่งกว่า



อย่ามองแต่ฟ้า . . .ที่สูงเกินตาประจักษ์

ความสุขข้างล่าง . . . มีได้ไม่ยากเย็นนัก

เมื่อรู้แล้ว . . . จัก . . . ภาคภูมิชีวิตแห่งตน



มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น ที่จะยอมให้กระแสน้ำพัดพาไปอย่างไร้จุดหมาย


2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก ปัญญา และ ความกล้าหาญ

3. เพื่อนใหม่ คือ ของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วนเพื่อนเก่า/มิตร คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า

4. อ่านหนังสือธรรมะปีละเล่ม

5. ปฏิบัติต่อคนอื่น เช่นเดียวกับที่ต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา

6. พูดคำว่า “ขอบคุณ” ให้มากๆ

7. รักษาความลับให้เป็น

8. ประเมินคุณค่าของการให้อภัยให้สูง

9. ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี

10. ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่าเป็นจริง

11. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่

12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนัก ให้คิดเสมอว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว

13. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์

14. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้

15. อย่าหยิ่ง หากจะกล่าวคำว่า “ขอโทษ”

16. อย่าอาย หากจะบอกใครว่า “ไม่รู้”

17. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง

18. เมื่อไม่มีใครเกิดมาวิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป

19. การประหยัด เป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท

20. คนไม่รักดิน คือ คนที่ไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต

21. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อนคือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี

22. ชีวิตนี้ฉันยังไม่เคยทำงานเลยซักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด

23. จงอย่าใช้จุดแข็ง เอาชนะจุดอ่อน

24. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่น ที่จะทำความเข้าใจสิ่งที่เราพูด

25. เหรียญเดียวมี 2 หน้า คือ ความสำเร็จ กับ ความล้มเหลว

26. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น

27. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน

28. อย่าดึงต้นกล้าให้โตเร็วๆ (อย่าใจร้อน)

29. ระลึกถึงความตายวันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีความสุข มีอภัย มีให้

30. ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อไปก็ผิดหมด

31. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ

32. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

33. ดาวและเดือนที่อยู่สูง อยากได้ต้องปีนบันไดสูง

34. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ

35. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือดีเดือนละเล่ม

36. ระเบียบวินัย คือคุณสมบัติที่สำคัญในการดำเนินชีวิต


ยศและลาภหาบไปไม่ได้แน่
เว้นเสียแต่ต้นทุนบุญกุศล
ต้องทิ้งสมบัติทั้งหลายให้ปวงชน
ร่างของตนเขายังเอาไปเผาไฟ

วันที่เลวร้ายที่สุด คือ วันที่ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์

Tuesday, August 31, 2010

ระฆังกับหมาวัด

ณ วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ
เวลาตีระฆังทำวัตรเช้า-เย็น
หมาทุกตัวในวัดจะหอนเป็นจังหวะ ตามจังหวะระฆัง
พอหยุดตี มันก็จะหยุดหอนไปด้วย
แต่ถ้าตีเมื่อไหร่ ก็หอนอีก มันคุมตัวเองไม่ได้

เห็นแล้วก็อดขำและอดสมเพชไม่ได้
ที่มันกลายเป็นทาสของระฆังไป

แต่มานึกดูให้ดี ...
บ่อยครั้งเราก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน
เพียงแต่ว่าเราอาจไม่ได้มีปฏิกิริยากับเสียงระฆัง
แต่มีปฏิกิริยากับเสียงอย่างอื่นแทน

.
.
.

.
.
.
.

พอได้ยินคนต่อว่าเรา
เราก็ตอบโต้ หรือต่อว่ากลับไปทันที
หรือถึงแม้ไม่พูดตอบโต้
แต่ความรู้สึกขุ่นเคืองก็ผุดขึ้นมาทันที

ที่มา: ตื่นรู้ ที่ ภูหลง

Wednesday, August 18, 2010

เลวกว่า...สัตว์เดรัจฉาน...

แม่วัวยืนบนถนน ขวางรถที่กำลังแล่นเข้ามา
เพื่อปกป้องลูกของมัน
ที่ขายังอ่อน เดินข้ามถนนอย่างช้าๆ

อาจารย์ถามต่อว่า...
เมื่อลูกวัวโตขึ้น..มันจะตอบแทนแม่มันยังไง
พอมันโตขึ้น...มันก็เดินจากไป...ไม่ตอบแทนคุณ...

เราก็สรุปว่า...
ลูกวัว...สู้ลูกคนไม่ได้...ใช่ไหม...?
ใช่...

แต่อาจารย์ว่า...ไม่แน่...


ที่ว่าไม่แน่...เพราะอาจารย์มั่นใจ 100% ว่า...
ลูกวัวตัวนี้เมื่อมันโตขึ้น...ถึงแม้มันไม่ได้แทนคุณแม่...
แต่...มันจะไม่เถึยงแม่...ไม่ตวาดแม่...
ไม่กระเทีอบเท้าใส่แม่...

และที่สำคัญ...
ไอ้สัตว์เดรัจฉานตัวนี้...
มันจะไม่ขยี้หัวใจแม่...
ไม่ทำให้แม่...ต้องน้ำตาไหล...

แต่ลูกคน...ทำได้...

ที่มา: พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ ศรีโยธิน

Sunday, August 8, 2010

Misleading

เห็นสายน้ำไหลไปแล้วใจเศร้า
ชีวิตเราไหลไปถึงไหนหนอ
กิเลสนำหลงทางไปตามคลอง
ชีวิตหมองเพราะหลงผิดติดอบาย

โดย พระคเชนทร์ สุนทโร

Friday, May 7, 2010

The Butterfly and the spider

วันหนึ่งมีผีเสื้อแสนสวยแต่เคราะห์ร้ายบังเอิญบินมาติดกับของเจ้าแมงมุม
ผีเสื้อตัวนั้นกำลังดิ้นอย่างสุดกำลังเท่าที่ปีกบางๆของมันจะทำได้
เพื่อหวังเพียงว่ามันอาจจะโชคดี หลุดออกมาจากพันธนาการของแมงมุมได้
นักบวชรูปหนึ่งผ่านมาและเห็นเหตุการณ์โดยตลอด

(เราคิดว่านักบวช จะทำอย่างไร ...)

ก. เข้าไปช่วยเหลือผีเสื้อเคราะห์ร้ายตัวนั้น
ข.เดินผ่านไปและไม่สนใจ

และ แน่นอนนักบวชผู้มีเมตตาย่อมเลือกคำตอบข้อแรก
เขาเดินเข้าไปช่วยเจ้าผีเสื้อตัวนั้นออกมา

แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักบวช ย่อมต้องมีอะไรพิเศษแตกต่างจากคนทั่วไป
นักบวชผู้นี้สามารถรับรู้ถึงกระแสจิตอ่อนๆของเจ้าแมงมุมที่กำลังส่งมาถึงเขา อย่างตัดพ้อต่อขาน
มันหิวโหยและอดอยากมานานเต็มที
เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องมันมาหลายวันแล้ว
ผีเสื้อตัวนี้กำลังจะเป็นอาหารของมันในเช้าวันนี้
เหตุใดท่าน ซึ่งเป็นนักบวชจึงต้องยื่นมือเข้ามายุ่งด้วย
มันแค่ต้องการจะกินอาหารของมันเท่านั้น

นักบวชนิ่ง อยู่พักหนึ่งแต่ไม่ทันได้ตอบอะไร
ทันใดนั้นเองนกน้อยตัวหนึ่งก็บินโฉบลงมาจิกกินแมงมุมนั้นเสีย
แต่ก่อนที่แมงมุมจะสิ้นใจ มันถามนักบวชว่า...
แล้ว ณ ตอนนี้มันกำลังจะถูกฆ่ากินเพื่อเป็นอาหารให้กับนกตัวนี้เช่นกัน
แล้วเหตุใดท่านจึงไม่ช่วยเหลือเราบ้าง

เพราะมันไม่สวยเหมือนผีเสื้อใช่มั้ย
โลกช่างไม่ยุติธรรมสำหรับมัน
ทำไมแมงมุมจึงถูกตีตราว่าเป็นสิ่งเลวร้าย
เพียงเพราะว่ามันไม่สวยอย่างนั้นหรอกหรือ
ผิดด้วยหรือที่มันเกิดมาไม่สวยเหมือนกับผีเสื้อ
หรือดูน่ารักเหมือนอย่างเช่นนกตัวนี้...

ที่มา : internet